โรเล็กซ์ สำหรับสาวๆมีรุ่นไหนบ้าง

โรเล็กซ์ สำหรับสาวๆมีรุ่นไหนบ้าง

แม้ว่าโรเล็กซ์จะเป็นแบรนด์นาฬิการะดับหรูหราที่เน้นคุณผู้ชายมาก่อน แต่ทางโรเล็กซ์เองก็ได้มีการพัฒนาทางด้านดีไซน์ให้ตอบโจทย์สำหรับสุภาพสตรีด้วย หลายคนอาจจะคิดไม่ออกว่าแบรนด์ผู้ชายอย่างนี้จะทำชิ้นงานยังไงออกมา เราเลยขออาสาไปแอบดูแคตตาล็อคของเค้ากันบ้างว่า โรเล็กซ์สำหรับสาวๆมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง

Pearlmaster 39

รุ่นแรกต้องยกให้เค้าเลย Pearlmaster 39 รุ่นนี้มาด้วยดีไซน์ที่แสดงออกถึงตัวตนของผู้หญิงสวยหวานอย่างแท้จริง ตัวเรือนเป็นสายเหล็กสีชมพูหวาน คาดด้วยเพชรหรือแซฟไฟร์ หน้าปัดเป็นรูปวงกลมพื้นหลังเป็นการเรียงตัวด้วยเพชร ขอบนอกเรียงด้วยเพชร ด้านในใช้อักษรโรมันสีชมพู เข็มทั้ง 3 สีชมพูหมด บอกวันที่ในหน้าปัดใส่เลนส์พิเศษเข้าไปเพื่อให้อ่านได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น เรื่องราคาขอไม่บอก

Sky-Dweller

รุ่นนี้ถัดลงมาหน่อย โรเล็กซ์ทำรุ่นนี้ออกมาคล้ายกับรุ่นยอดนิยมของฝ่ายชายแต่ปรับดีไซน์เป็นของผู้หญิงแทน ตัวเรือนเป็นสีทองชมพูตลอดทั้งเรือน หน้าปัดพื้นดำสีดำใช้มาร์กเกอร์บอกชั่วโมงมีการใส่พรายน้ำลงไปด้วย บอกวันที่ เข็มสีทองชมพูติดพรายน้ำตรงปลาย ตรงกลางมีวงกลมซ้อนอยู่เพื่อบอกเวลาอ้างอิง ราคาประมาณหนึ่งล้านเจ็ดแสน

Cellini Moonphase

รุ่นนี้เราขอแนะนำให้สาวๆไปหามาใส่โดยด่วนเลย ดีไซน์รุ่นนี้โดนใจมาก ลูกเล่นก็ดี รุ่น Cellini Moonphase รุ่นนี้เป็นสายหนังจุดเด่นอยู่บนหน้าปัด เค้าใช้โทนสีชมพูเป็นหลักพื้นหลังสีขาว ขอบนอกสุดเป็นการเรียงลำดับ 1-31 เพื่อบอกวันที่ เค้าบอกวันที่โดยการใช้เข็มสีฟ้าปลายรูปพระจันทร์เสี้ยว ถัดมาเป็นการบอกเวลา ใช้ตราโรเล็กซ์แทนเลข 12 แล้วใช้การบอกทุก 5 นาทีแทนตัวเลข เข็มเป็นสีชมพูสวยใส อีกจุดเด่นหนึ่งเป็นบริเวณ 6 นาฬิกาจะมีวงกลมสีน้ำเงินรูปท้องฟ้าคอยบอกวันข้างขึ้นข้างแรมด้วย เจ๋งมากราคาเกือบๆหนึ่งล้านบาท

Yacht-master 37

นาฬิการุ่นเรือยอร์ช หลังจากประสบความสำเร็จของฝั่งผู้ชายแล้ว ทางโรเล็กซ์ก็ทำรุ่นของผู้หญิงออกมาด้วยภายใต้โค้ด Yacht-Master 37 รุ่นนี้มาด้วยดีไซน์สีชมพูดำเป็นหลักหน้าปัดขอบนอกสุดเป็นสีชมพูมีเข็มและตัวเลขบอกวินาที ด้านในเป็นพื้นสีดำสนิท ใช้มาร์กเกอร์เป็นสัญลักษณ์ขอบสีชมพู เข็มทั้งสามมีพรายน้ำตรงปลาย มีเมนูบอกวันที่พร้อมใส่เลนส์เพื่อให้ดูง่ายมากขึ้น ราคาประมาณสี่แสนห้าหมื่นบาท สาวๆคนไหนชอบแล่นเรืองานนี้ต้องมีเก็บไว้สักเรือน

ใครหลายคนอาจจะติดภาพโรเล็กซ์กับนาฬิกาสำหรับบุรุษ อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เนื่องจากนาฬิกาสตรีของพวกเค้าก็ทำออกมาได้น่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว


Rolex รุ่นไหนราคาไม่แรงแต่น่าสนใจบ้าง

นาฬิกาข้อมือบางยี่ห้อก็ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือบอกเวลาเท่านั้น มันยังเป็นเครื่องประดับอีกด้วยเมื่อมันเป็นเครื่องประดับแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับราคาอันสูงลิบด้วย อย่างเช่นแบรนด์โรเล็กซ์ถือว่าเป็นหนึ่งในด้านนาฬิกาข้อมืออย่างแท้จริง วันนี้เราจะมาดูกันว่าแบรนด์นี้มีรุ่นไหน ซีรีย์ไหนบ้างราคาไม่แพง

Air-King

รุ่นแรกชื่อว่า Air-King รุ่นนี้มีจุดเด่นบนหน้าปัดพื้นสีดำ ตัวเลขสีดำแวววาวใส่ลูกเล่นเป็นตัวเลขบอกนาทีแทนตัวชั่วโมงกล่าวคือ จะเป็นเลข 5,10,30,35,40 แทน ยกเว้นเลข 3 และ 9 เข็มสั้นและเข็มยาวสีเดียวกับตัวเลข แต่เข็มวินาทีเป็นสีเขียวตัด นอกจากนั้นสายของนาฬิกายังทำมาจากสแตนเลสชั้นดีทำมาจากเทคโนโลยีขั้นสูงของอวกาศเลยทีเดียวด้านราคาไม่แพงมาก เกินสองแสนไปนิดหน่อย

Cosmograph Daytona

รุ่นนี้เปิดตัวมาราคาประมาณ สี่แสนบาทรุ่นนี้เปิดตัวในปี 1963 ดีไซน์บนหน้าปัดสีดำด้านในมีวงกลมเล็กอีกสามวง ไม่มีตัวเลขบอกชั่วโมง ด้านในมีกลไกชื่อว่า 4130 กลไกนี้มีเฉพาะโรเล็กซ์เท่านั้น ทำให้นาฬิการุ่นนี้มีความเที่ยงตรงสูงมาก สามารถกันนั้นได้ถึงระดับ 100 เมตร รุ่นนี้ยังมีสีทองและสีอื่นด้วยแต่ราคาก็ขยับขึ้นตาม

Yacht-master 37

รุ่นนี้เอาใจคนชอบออกทะเล เล่นเรือยอร์ช นั่นคือรุ่น Yacht-master 37 รุ่นนี้หากเป็นแบบราคาถูกสุดจะอยู่ที่เกือบสี่แสนบาทเรือนหน้าปัดจะเป็นสีเทาเงินแวววาว หน้าปัดไม่มีตัวเลขบอกชั่วโมงใช้สัญลักษณ์แทน(ทำมาจากทองคำขนาด 18ct) พื้นหลังจะมีตัวเลขบอกวันที่ ขอบนาฬิกาสามารถหมุนได้เพื่อช่วยกะเวลา กลไกด้านในใช้ระบบ 2236 แต่เอาจริงรุ่นนี้หากใครจะซื้อเราขอแนะนำตัวท็อปหน้าปัดสีน้ำเงินดีกว่า แม้ว่าจะแพงกว่าเยอะแต่สวยจริงเหมาะกับเรือยอร์ชมาก

Milgauss

รุ่นนี้ดีไซน์ค่อนข้างวัยรุ่นเลยทีเดียว หน้าปัดเป็นพื้นสีดำใช้สัญลักษณ์แทนตัวเลขบอกชั่วโมง(มีการเล่นสีส้มเพื่อความฉูดฉาดด้วย) แล้วมีตัวเลขบอกนาทีอยู่ขอบในสุด เข็มบอกชั่วโมงและนาทีตรงปลายมีเล่นพรายน้ำเล็กน้อยเพื่อให้เห็นชัดขึ้น เข็มวินาทีแบบรอยหยักสีส้ม ขอบนอกคลิบสีเขียวอ่อน ราคาเกือบจะสามแสนบาทเท่านั้นเอง อีกรุ่นหนึ่งจะเป็นพื้นหลังสีฟ้าอ่อนแทน

Cellini Time

ส่วนใหญ่แล้วโรเล็กซ์มักจะเป็นสายเหล็ก แต่เราขอแชร์รุ่นสายหนังบ้าน รุ่น Cellini Time รุ่นนี้เป็นสายหนังตัวล่างสุดราคาอยู่ที่ประมาณห้าแสนกว่าบาทขอบหน้าปัดเป็นสีทองคำชมพู หน้าปัดสีขาว ใช้มาร์กเกอร์เป็นเข็มเล็กสีชมพูมีตัวเลขบอกนาทีคาบอยู่ เข็มเป็นสีทองคำชมพูทั้งหมด เหมาะกับสุภาพสตรีเป็นอย่างมาก


ผู้ชายเค้านิยมโรเล็กซ์รุ่นไหนกันบ้าง

ผู้ชายเค้านิยมโรเล็กซ์รุ่นไหนกันบ้าง

นาฬิกาโรเล็กซ์ถือว่าเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่คุณผู้ชายส่วนใหญ่ชอบมาก หลายคนอยากจะมีสักเรือนหรือหลายเรือนเก็บเอาไว้ แม้ว่าโรเล็กซ์จะมีนาฬิกาหลากหลายรูปแบบก็จริง แต่ส่วนใหญ่จะเหมาะกับผู้ชายมากกว่า มาดูกันว่าโรเล็กซ์ยอดนิยมสำหรับผู้ชายมีรุ่นไหน ซีรีย์ไหนกันบ้าง

Day-date 40

รุ่นแรกขอเอาใจผู้ชายที่ชอบนาฬิกาแบบหรูหราสักหน่อย รุ่น Day-date 40 เป็นโรเล็กซ์ยอดนิยมและพิมพ์นิยมเลย ตัวนาฬิกาและตัวสายเป็นสีทองอร่ามทำมาจากทองคำ 18ctหน้าปัดเป็นพื้นสีขาว ใช้เลขโรมันบอกจำนวนชั่วโมง หน้าปัดมีบอกวันที่ และวันเป็นภาษาอังกฤษด้วย เข็มทั้งสามเป็นสีทองทั้งหมด ราคาเบาประมาณล้านสอง

Submariner date

รุ่นนี้ใครชอบสีน้ำเงิน หรือ สีฟ้าเป็นทุนเดิมต้องชอบแน่นอน นั่นคือรุ่น Submariner date รุ่นนี้โดดเด่นด้วยหน้าปัด และขอบนาฬิกาเป็นสีน้ำเงิน คาดทองคำ หน้าปัดเป็นสีน้ำเงิน ใช้มาร์กเกอร์เป็นจุดและสัญลักษณ์อื่น มีบอกวันที่ ขอบนอกมีขีดบอกวินาทีกลไกระบบ 3135 สนนราคาประมาณเกือบห้าแสนบาทเท่านั้นเอง

Yacht-master II

รุ่นนี้ใครเป็นคนมีงานอดิเรกเป็นคนชอบแล่นเรือยอร์ช หรือ ออกทะเล รุ่นนี้ของโรเล็กซ์รับรองว่าเค้ากับไลฟ์สไตล์มาก รุ่นนี้ดีไซน์โดดเด่นมาก หน้าปัดเป็นพื้นสีขาว ใช้มาร์กเกอร์รูปสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยมบอกจำนวนชั่วโมง มีเข็มทั้งหมด 3 เข็ม แล้วอีก 1 เข็มจะเอาไว้ใช้จับเวลาถอยหลัง หน้าปัดมีครึ่งวงกลมซ้อนอยู่เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวจับเวลาถอยหลังได้ด้วย ขอบนอกเป็นสีน้ำเงินเข้ม ราคาหกแสนหกหมื่นบาท

Rolex Deepsea

ยังอยู่กับท้องทะเลอยู่ แต่คราวนี้เป็นนาฬิกาสำหรับดำน้ำกันบ้าง รุ่นนี้ Rolex Deepsea หน้าปัด D-blue จุดเด่นเป็นเรื่องความทนทานใต้น้ำมันสามารถทนได้มากถึง 4,000 ฟุตหรือประมาณพันกว่าเมตรเลย หน้าปัดเป็นสีน้ำเงินเข้มไล่ระดับสีไปจนถึงสีดำ บอกวันที่ ใช้มาร์กเกอร์วงกลม สามเหสี่ยม และสี่เหลี่ยมบอกเวลา มีการใส่พรายน้ำเพื่อบอกเวลาได้ในสภาพแสงน้อย ราคาประมาณเกือบสี่แสนห้าหมื่น

Explorer II

รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นพื้นฐาน มาตรฐานของโรเล็กซ์เลยนั่นคือ Explorer II รุ่นนี้หน้าปัดเป็นสีดำ ใช้มาร์กเกอร์วงกลมเล็กเป็นตัวบอกชั่วโมง หน้าปัดบอกวันที่ด้วย เข็มสั้นและเข็มยาวมีพรายน้ำบอกตอนแสงน้อย เข็มวินาทีสีส้มช่วยให้นาฬิกไม่จืดเกินไป ขอบนอกมีการบอกเลขคู่สลับกับมาร์กเกอร์ ราคาไม่แพงมากเกือบๆสามแสนเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใส่โรเล็กซ์ รุ่นนาฬิกาเหล่านี้ถือว่าเป็นยอดนิยมของคนชอบใส่นาฬิกาหรู ใครสนใจลองไปหยิบจับได้ตามศูนย์และตัวแทนจำหน่าย


ประวัติ Hans Wilsdorf ชายผู้ให้กำเนิดแบรนด์ Rolex

ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ Rolex

Rolex ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1908 โดย Hans Wilsdorf  ชายชาวเยอรมัน โดยตอนแรกตั้งชื่อบริษัทว่า Wilsdorf and Davis โดยเขาได้หุ้นกับน้องเขยในการสร้างมันขึ้นมา โดยในขณะนั้น การสร้างนาฬิกาแบบพก ที่สวิสเซอร์แลนด์ยังประสบปัญหาอยู่มาก คือ  ต้องการทำให้มีขนาดเล็กลง พกพาง่าย แต่ต้องแม่นยำเชื่อถือได้ เพื่อนำมาใส่ในเป็นนาฬิกาข้อมือ

Rolex เป็นนาฬิกาอันเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของ Hans Wilsdorf ผู้ให้กำเนิดอย่างแยกไม่ออก ตอนปี 1905 Hans Wilsdorf  อายุ 24 ปี ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้น ณ กรุงLondon ซึ่งเป็นบริษัทอันชำนาญด้านการจัดจำหน่ายนาฬิกา ณ ตอนนั้นนั่นเองที่ เขาก็เริ่มร่างแบบในการได้สวมใส่นาฬิกาไว้บนข้อมือ ในขณะนั้นนาฬิกาข้อมือยังไม่ได้มีความเที่ยงตรงมากนัก แต่ Hans Wilsdorf คิดว่านาฬิกาข้อมือไม่ใช่แค่ความหรูหรา แต่ยังควรเที่ยงตรงอีกด้วย

Hans Wilsdorf เป็นผู้ค้นหาความสมบูรณ์แบบ เพื่อใช้ในการพัฒนาเครื่องให้มีขนาดเล็กลง แต่เพิ่มความเที่ยงตรงเข้ามาเพื่อนำมาใช้กับนาฬิกาข้อมือ อันสามารถแสดงออกถึงสไตล์ รวมทั้งรสนิยมส่วนตัว

ต่อมาปี 1931 Rolex ได้สร้าง Rotor เป็นอุปกรณ์รูปครึ่งวงกลมซึ่งสามารถหมุนได้อย่างเสรี ทำให้เกิด Perpetual อัตโนมัติขึ้นมานั่นเอง

ว่ากันว่าสิ่งที่ทำให้ Rolex มีความโดดเด่นเหนือนาฬิกาแบรนด์อื่น ๆ คือ จิตวิญญาณของ Hans Wilsdorf ที่ใส่ลงไปจนเปี่ยมล้น ทั้งรูปทรงกลมขนาดใหญ่ของหน้าปัดสอดคล้องกับสายขนาดกว้าง เป็นความงดงามอย่างลงตัว อันมองเห็นได้แต่ไกลซึ่งสามารถพิสูจน์ความเป็นอมตะไว้อย่างยั่งยืน ถึงแม้ Rolex จะมีพัฒนาการด้านรูปลักษณ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่นั่นก็เป็นแค่รายละเอียดเล็กๆ  ถ้านับจาก Rolex รุ่น Datejust 1945 มาจนถึงรุ่นปัจจุบัน คุณจะสัมผัสได้ว่า ตัวเครื่องและชิ้นส่วนภายในแทบจะไม่มีชิ้นไหนเหมือนกันเลย แต่รูดีไซน์ภายนอกกลับเปลี่ยนไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น จึงทำให้คุณค่าเหนือกาลเวลาของ Rolex กลายเป็น การลงทุนอันชาญฉลาด สำหรับนักสะสมหลายคน ที่รับเอาความมุ่งมั่นของ Hans Wilsdorf  มาสวมไว้ตรงข้อมือ นอกจากนี้การประมูลนาฬิกา Rolex รุ่นเก่า ๆ สามารถสร้างกระแสให้เกิดขึ้นได้เสมอๆ

ถึงแม้ Hans Wilsdorf จะอาศัยอยู่ในเจนีวามานานกว่า 40 ปี แต่ Hans Wilsdorf ก็ไม่เคยได้สัญชาติสวิส เขาเสียชีวิตลงในปี 1960 ณ เมือง Briton ชื่อของเขาถูกโลกจารึกในฐานะเป็นคนรวยอารมณ์ขัน มีความรักครอบครัวพอ ๆ กับนาฬิกา ชอบแสวงหาสิ่งใหม่ในการทำให้นาฬิกาดีขึ้นเป็นชีวิตจิตใจ และต่อจากนั้นอีก 2 ปีต่อมา André Heiniger ทีร่วมงานมากับ Hans Wilsdorf มา 12 ปีก็ก้าวสู่ตำแหน่ง MD แทน  André Heiniger เป็นชายที่เต็มไปด้วยพลัง และความคิดเชิงบวก เขาได้พา Rolex ผ่านมรสุมได้ในเวลาต่อมา


เทคนิคในการดูแลรักษานาฬิกาให้อยู่กับเรานานๆ

เทคนิคในการดูแลรักษา

ตามปกติทั่วไป นาฬิกาข้อมือของเรา เมื่อใช้ไปนานๆก็จะเริ่มเกิดคราบเหลือง อันเกิดจากคราบเหงื่อและสิ่งสกปรกสะสมเป็นจำนวนมาก โดยเป็นสาเหตุที่ทำให้นาฬิกาข้อมือเสื่อมสภาพได้เร็วกว่าปกติ จนต้องเสียเงินซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวนี้เกิดขึ้น วันนี้เราจึงขอแนะนำเทคนิคง่ายๆ ในการดูแลและรักษานาฬิกาข้อมือ ให้อยู่กับเรานานๆ

การทำความสะอาด

ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำแชมพูแบบเจือจาง หรือน้ำสะอาด อาจใช้แปรงสีฟันขัดบริเวณสายเบาๆ ตามซอกมุมและข้อต่อต่างๆ จากนั้นก็ล้างทำความสะอาดอีกครั้งและซับให้แห้ง

ข้อควรระวัง หากตัวเรือนเป็นพลาสติกหรือซิลิโคน ไม่ควรใช้ลมร้อนเป่า เนื่องจากทำให้เสียรูปทรงได้ ส่วนสายหนังหรือโลหะ ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดจะดีกว่า ไม่ควรล้างน้ำโดยตรง

เทคนิคทำความสะอาดสายนาฬิกา

  • สายหนัง มีข้อควรระวัง คือ เวลาเหงื่อออกจะทำให้น้ำมันของสายหนังหายไป เป็นเหตุให้สายหนังเสื่อมสภาพเปื่อย เพราะฉะนั้นหากเกิดสิ่งสกปรกสะสมอยู่  แนะนำว่าควรใช้ผ้านุ่มๆชุบสบู่อ่อนๆ เช็ดทำความสะอาด ควรใส่ให้หลวมเพียงเล็กน้อย เพื่อให้มีช่องระบายอากาศ
  • สายโลหะ เพื่อยืดอายุการใช้งาน ควรทำความสะอาดบริเวณสายเป็นประจำ เนื่องจากสายโลหะจะมีคราบเหงื่อและสิ่งสกปรกติดตามร่อง ง่ายกว่าสายแบบอื่นๆ อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เพราะฉะนั้น วิธีดูแลทำความสะอาดง่ายๆเลยก็คือ จุ่มลงในน้ำอุ่นแล้วใช้แปรงสีฟันขัดอย่างอ่อนโยน หรือจะเป็นการใช้ผ้าขนนุ่ม ชุบน้ำอุ่นแล้วเช็ดสิ่งสกปรกออกก็ได้
  • สายยางหรือซิลิโคน สามารถทำความสะอาดง่ายๆ โดยการใช้น้ำอุ่น, สบู่เจือจาง, แปรงสีฟันขนแปรงนุ่ม ค่อยๆขัดให้ทั่วสาย แต่สายนาฬิกาชนิดนี้จะไม่ค่อยทนความเค็ม โดยเฉพาะเหงื่อ น้ำมัน โลชั่น เพราะฉะนั้น เพื่อยืดอายุการใช้งาน รวมทั้งป้องกันการเกิดคราบเหลือง อย่าลืมทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอด้วย

เทคนิคในการดูแลรักษานาฬิกาให้อยู่กับเรานานๆ

แกะสติ๊กเกอร์ป้องกันฝาหลังออก

ตอนซื้อมาใหม่ๆควรแกะสติ๊กเกอร์ป้องกันฝาหลังออกทันที เพราะถ้าหากไม่แกะ คราบเหงื่อรวมทั้งสิ่งสกปรกจะเข้าไปสะสมได้ง่าย ทำให้ฝานาฬิกาเกิดคราบสนิม อันยากต่อการล้างออกแถมยังเสื่อมสภาพได้เร็วอีกด้วย แม้จะเป็นฝาสแตนเลยก็ตาม

อุณหภูมิ

โดยปกติแล้วนาฬิกาจะทำงานได้ในอุณหภูมิ 5 – 35 องศา ถ้าหากเกินกว่า 60 องศา จะส่งผลให้แบตเตอรี่เกิดความเสียหาย

ระวังเรื่องแม่เหล็ก

ไม่ควรวางนาฬิกาใกล้กับอุปกรณ์แม่เหล็ก เช่น  โทรศัพท์มือถือ , หลังทีวี ตามลำโพง อุปกรณ์ต่างๆที่มีส่วนประกอบของแม่เหล็กไฟฟ้า


Rolex submariner ความคลาสสิคที่อยู่เหนือกาลเวลา

นาฬิกานักดำน้ำ

Rolex submariner เป็นแม่แบบของนาฬิกานักดำน้ำ เป็นงานชิ้นเยี่ยมอันออกแบบ โดยเน้นการใช้งานจริง จากความแข็งแรงทนทานของนาฬิกา Rolex Submariner ได้กลายเป็น Icon ได้ในเวลาอันไม่นาน จากตัวเรือนของ Oyster ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ผสมผสานกับหน้าปัดอันโดดเด่น และ Marker อันแสดงให้เห็นถึงชั่วโมงเรืองแสงขนาดใหญ่ บริเวณ ขอบหน้าปัด Cerachrom สามารถหมุนได้ รวมทั้งสายนาฬิกา Oyster ข้อต่อแข็ง ด้วยคุณสมบัติอันเริศหรูทั้งหมดนี้ จึงทำให้นาฬิกา Submariner รุ่นล่าสุดยังคงความเอกลักษณ์เฉกเช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิม ซึ่งเปิดตัวในปี 1953

ถ้าหากคุณกำลังมองหานาฬิกาชั้นเยี่ยมสักเรือนเพื่อตอบแทนชีวิตที่ทำงานมาด้วยความเหนื่อยยาก หรือยิ่งถ้ามองว่านาฬิกาเป็นการลงทุนอีกอย่างหนึ่งด้วยแล้วด้วยล่ะก็ นาฬิกา Rolex รุ่น Submariner เป็นตัวเลือกอีกชิ้นที่มีความน่าสนใจเลยทีเดียว ถ้าคุณดูนาฬิการุ่นนี้ดูเพียงผิวๆ อาจเหมือนกันหมด แต่ความจริงแล้ว สำหรับ Rolex ถึงแม้จะเป็นนาฬิการุ่นเดียวกัน แต่การผลิตคนละช่วงเวลาก็สร้างความแตกต่างบางอย่างอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้ดู

Rolex Submariner Date 16610

เราจะเจอสายนาฬิกาแบบ SEL ใน Rolex Submariner Date ซึ่งผลิตหลังปี 2001 โดยสายแบบนี้จะทำให้นาฬิกามีน้ำหนักมากขึ้น แต่ก็มีข้อดี เพราะทำให้สายนาฬิกาไม่ยืด รวมทั้งทำให้ตัวนาฬิกาทันสมัยขึ้นด้วย หาคุณลองตะแคงนาฬิกาแล้วดูตรงด้านข้างของตัวเรือน Submariner ซึ่งออกมาก่อนปี 2003 คุณจะจะพบรูช่วยยึดสาย โดยมันช่วยทำให้ถอดสายหรือเปลี่ยนสายได้ง่ายขึ้น แต่หลังปี 2003 Rolex ได้เอาเจ้ารูนี้ออก เนื่องจากทาง Rolex เล็งเห็นว่าลูกค้าที่ซื้อ Rolex Submariner ไม่ค่อยเปลี่ยนสายอยู่แล้ว

สารเรืองแสงของ Rolex ที่อยู่บริเวณตำแหน่งบอกเวลาภายใน Rolex Submariner รุ่น 16610 มี 2 ชนิด ได้แก่ Luminova และ Tritium ในส่วนของ Luminova เป็นสารเรืองแสงประเภทที่ต้องสัมผัสกับแสงสว่างเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนมันถึงจะสามารถเรืองแสงในที่มืดได้ โดยข้อดีของมันคือ มีอายุการใช้งานยาวนานมาก  ส่วนสารเรืองแสงอีกตัวคือ Tritium สามารถเรืองแสงในที่มืดได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสแสงแดดใดๆก่อน แต่อายุการใช้งานแค่ราวๆ 15 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะไม่สามารถเรืองแสงได้อีก แต่สารเรืองแรงแบบ Tritium หากผ่านไปนานๆ ก็จะเกิดคราบซึ่งดูสวยงามไปอีกแบบจนทำให้ฮิตมากในบรรดานักสะสม ต่อให้เรืองแสงไม่ได้แล้วก็ตามที

Rolex Submariner 16610 ที่ออกมาหลังปี 2007 – 2009 จะถูกสลักคำว่า ROLEX  อยู่ตรงขอบรอบด้านในของหน้าปัดนาฬิกา โดย Submariner ก่อนหน้านี้จะมีไม่มีรอยสลักเหล่านี้ เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย เป็นอมตะอย่างแท้จริง


สั่ง Rolex จากเว็บไซต์ออนไลน์ได้ง่ายๆ

Rolex

นาฬิกา Rolex เป็นนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ความเป็นมาของนาฬิกา Rolex กำเนิดขึ้นเมื่อปี คศ.1908

โดย Hans Wilsdorf ชาวเยอรมัน ในตอนแรกยังไม่ได้ใช้ชื่อ Rolex เหมือนทุกวันนี้ ตอนแรกใช้ชื่อบริษัทว่า wilsdorf and davis watch ซึ่งผลิตนาฬิกาแบบพก โดยเป็นบริษัทที่หุ้นกับน้องเขย  ปัญหาในขณะนั้นคือเขาต้องการประดิษฐ์นาฬิกาให้มีขนาดเล็กลงแต่ต้องคงไว้ซึ่งความเที่ยงตรงและมีความแม่นยำ เพื่อนำมาใส่ในนาฬิกาข้อมือ

wilsdorf เป็นบุคคลหนึ่งที่แสวงหาความสมบูรณ์แบบในการพัฒนาเครื่องมืออย่างแท้จริง ในการนำมาทำเป็นนาฬิกาข้อมือ โดยสามารถสื่อถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย  ในตอนแรกเขาได้ให้ บริษัท Aegler ซึ่งเป็นบริษัทเล็ก ๆ ในสวิสเป็นผู้ผลิตเครื่องให้

ต่อมาในปี ค.ส. 1910 Rolex ได้ส่งนาฬิกาซึ่งได้รับการพัฒนาแล้ว ไปยัง School of Horology จนคว้ารางวัลนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกที่มีความเที่ยงตรงและเชื่อถือได้เพราะเกิดจากการคิดค้นรูปแบบใหม่ขึ้นมา สามารถกันน้ำและฝุ่นเข้าตัวเรือนได้โดยการใช้ระบบเม็ดมะยมแบบเกลียว ซึ่งก่อนหน้านี้คนส่วนใหญ่ยังคงไม่เชื่อมั่นว่านาฬิกาจะกันน้ำได้จริงหรือไม่ จากจุดนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงอันทำให้ Rolex ดังไปทั่วโลก

สำหรับเว็บไซค์ที่นำมาเสนอวันนี้ คือ website official  และ เว็บไซค์ ที่คุณสามารถซื้อนาฬิกา Rolex ออนไลน์ได้อีกด้วย

https://www.rolex.com/th

ซึ่งเว็บไซค์นี้เป็น website official หรือ เว็บไซค์อย่างเป็นทางการของนาฬิกา Rolex นั่นเอง คุณสามารถเข้าไปเลือกชม นาฬิกา Rolex รุ่นต่างๆ รวมถึงรุ่นใหม่ที่พึ่งออกวางจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อน่าสนใจมากมายให้คุณได้อ่าน เช่น วิธีการดูแล Rolex ของคุณ ศูนย์บริการที่คอยให้ความช่วยเหลือ รวมถึงประวัติของนาฬิกา Rolex แต่ล่ะรุ่น ในเว็บนี้คุณสามารถค้นหาตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ใกล้ที่คุณสะดวกเดินทางอีกด้วย

หรือ ถ้าคุณชอบซื้อของออนไลน์เราขอแนะนำเว็บ  http://www.discountshop.com/th/

เว็บไซค์ที่สามารถจัดส่งนาฬิกา Rolex ให้คุณถึงหน้าบ้านเลยทีเดียว เพียงแค่คุณเข้าเว็บไซค์นี้ และ ค้นหาคำว่า Rolex ในช่องค้นหา เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเลือกซื้อ นาฬิกา Rolex  ได้อย่างง่ายดาย โดยในเว็บไซค์นี้ บอกลายละเอียดทุกอย่างที่คุณอยากรู้ อีกทั้งยังมีการจำลองข้อมือในการสวม เพื่อให้คุณดูว่านาฬิกาเรือนนั้นเข้ากับข้อมือคุณมากแค่ไหน

หากคุณยังมีข้อสงสัยในการจัดส่ง ทางเว็บไซค์ก็มีช่องแชทไว้บริการให้สอบถามกับพนักงานอีกด้วย ข้อสำคัญคือจัดส่งฟรีทั่วโลกเพียงแต่จะช้าหน่อย หากคุณต้องการได้รับสินค้าเร็วๆก็มีบริการส่งด่วน เพียงแต่ต้องเสียค่าบริการเท่านั้นเอง

ทางเว็บไซค์ discountshop การันตีว่าสินค้าทุกชิ้นบนเว็บนี้เป็นของแท้แน่นอน

 


ยี่ห้อและรุ่นนาฬิกายอดนิยมในประเทศไทย

การสวมนาฬิกาถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับหลายๆ คน เพราะนอกจากจะเอาไว้ใช้ดูเวลาเพื่อให้ไม่คลาดเคลื่อนในเรื่องต่างๆ แล้ว ยังสามารถที่จะเอาไว้โชว์ในการเป็นเครื่องประดับอีกประเภทหนึ่งของร่างกายได้เช่นเดียวกัน จึงไม่แปลกที่จะมียี่ห้อนาฬิกาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และสำหรับในประเทศไทยเองนาฬิกายี่ห้อต่างๆ ก็ได้เข้ามาสู่ประเทศไทยและได้รับความนิยมอย่างสูง มาทำความรู้จักกับยี่ห้อและรุ่นนาฬิกายอดนิยมในประเทศไทยว่ามีอะไรกันบ้าง

11111111111

    1. Rolex Oyster Perpetual Datejust 41 – ถือเป็นนาฬิกาสุดหรูจาก Rolex ที่มีการออกแบบด้วยกลไก Calibre 3235 ซึ่งเป็นกลไกรูปแบบใหม่จาก Rolex ที่ถือว่าเป็นตัวนำในการทำนาฬิการุ่น Datejust 41 โดยแบบที่นิยมจะเป็นแบบสีสลับทองซึ่งเสมือนกับเป็นสีเอกลักษณ์ของนาฬิกาสุดหรูยี่ห้อนี้ มีส่วนผสมของสแตนเลส สตีล 904L ความกว้างหน้าปัด 41 มม. นับว่าเป็นนาฬิกาที่ไม่เคยตกยุครุ่นหนึ่งเลยทีเดียวและยังคงได้รับความนิยมมาโดยตลอด

222222222222222

    1. Casio G-Shock Rastafarian Collection – ถ้าหากไม่นึกถึงยี่ห้อ G-Shock ก็คงจะเป็นเรื่องที่ตลกน่าดูสำหรับคนรักนาฬิกาในเมืองไทย เพราะความเป็นยี่ห้อนี้ต่างบ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้เป็นอย่างดี โดยคอลเลคชั่นที่ว่านี้เป็นคอลเลคชั่นของ G-Shock ที่เน้นในเรื่องของสีสันอันสะดุดตา ถ้าหากว่าถูกสวมไว้ในข้อมือของใครรับรองได้ว่าจะต้องดูโดดเด่นและน่าสนใจมากที่สุดอย่างแน่นอน โดยสีที่นิยมที่สุดก็เห็นจะเป็นสีเหลืองเขียว

33333333333333

    1. Fossil : FS4702 – หากคุณชื่นชอบและหลงมนต์เสน่ห์ท่นุ่มลึกผสมผสานกับความสปอร์ตอยู่ในตัวนี่คือยี่ห้อนาฬิกาที่คุณจะต้องไม่พลาด ยิ่งเป็นรุ่นนี้ด้วยแล้วต้องบอกว่ามันคือการผสมผสานที่ลงตัวแบบสุดๆ ตัวเรือนทำมาจากสแตนเลส สตีล กระจกรูปบ Mineral ส่วนสายนาฬิกาทำมาจากซิลิโคน โดยทั้งตัวนั้นเน้นไปที่โทนสีน้ำตาลเข้ม เมื่อใส่แล้วมันดูคลาสสิคแบบสุดๆ ไปเลย

44444444444444

    1. TAG Heuer : Formula 1 Limited Edition – นี่ก็จัดว่าเป็นยี่ห้องดังที่หากไม่พูดถึงคงเป็นเรื่องที่แปลกน่าดูยิ่งนี่เป็นรุ่นแบบ Limited Edition สำหรับรถแข่งแบบฟอร์มูล่า วัน ด้วยแล้ว ยิ่งต้องพูดถึงเข้าไปใหญ่ โดยนาฬิการุ่นนี้มีทั้งแบบผู้หญิงและแบบผู้ชายเมื่อสวมใส่แล้วจะดูไม่เน้นหรูหราเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่จะรู้สึกได้ถึงความสุขุมนุ่มลึก ความทรงพลังของนาฬิกา เนื่องจากถูกออกแบบมาให้เป็นสีดำทั้งเรือน

5555555555555555555

  1. Marc Jacob: Larry Chronograph 46MM – นี่คือยี่ห้อที่บ่งบอกถึงความหรูหราและรุ่นนี้ก็เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใส่เอาไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดและเป็นเครื่องประดับชั้นดี ด้วยดีไซน์เรียบหรูแต่ผสมผสานไปด้วยความสวยงามที่น่าค้นหา ตัวเรือนทำจากสแตนเลส สตีล สีดำ ส่วนตัวเลขและเข็มเป็นแบบเรืองแสงตัดกันอย่างเข้าที

จะรู้ได้อย่างไรว่านาฬิกาเรือนไหนเป็น Rolex แท้หรือปลอม


นาฬิกา Rolex ถือเป็นนาฬิกาแบรนด์สุดหรูที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกก็ว่าได้ เพราะด้วยความที่เป็นแบรนด์ที่มีประวัติยาวนาน และมีการใช้วัสดุที่ที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการออกแบบที่ทันสมัยจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Rolex จะเป็นสินค้ายอดนิยมของคนทั่วทั้งโลก และแน่นอนว่าเมื่อมันเป็นสินค้าแบรนด์ดังขนาดที่การทำของปลอมจึงเป็นเงาตามตัวที่ถูกทำขึ้นมา แล้วหากว่าคุณกำลังต้องการที่จะซื้อนาฬิกา Rolex มาดูวิธีการที่จะทำให้เห็นว่าเรือนไหนของแท้เรือนไหนของปลอม

asdasdsaxz

  1. ฟังเสียงติ๊กๆ จากนาฬิกา – หากเป็นนาฬิกาแบบทั่วๆ ไปหรือว่าของปลอมการกระดิกของนาฬิกาจะกระดิกตามวินาที คือหมายถึงว่า 1 วินาทีก็กระดิก 1 ครั้ง แต่ถ้าหากเป็นนาฬิกา Rolex ของแท้เข็มวินาทีที่ว่านั้นจะเคลื่อนที่ไปแบบเงียบๆ เพราะว่าใช้ระบบการเคลื่อนที่แบบอัตโนมัติ นั่นหมายความว่าถ้าหากคุณซื้อ Rolex มาแล้วดันเกิดได้ยินเสียงติ๊กๆ จากนาฬิกานั่นหมายความว่ามันคือ Rolex ของปลอมนั่นเอง
  2. การกระดิกของเข็มวินาที – สืบเนื่องมาจากข้อแรกเมื่อเสียงติ๊กๆ ของนาฬิกานั้นเกิดจากการเดินของเข็มวินาที นั่นหมายความว่าหากเป็น Rolex แท้นั้นการเดินของเข็มวินาทีจะต้องเดินแบบไหลลื่นโดยดูเหมือนว่าเข็มไม่ได้กระดิกแต่เป็นการเดินต่อกัน ทว่าหากเป็นนาฬิกา Rolex ปลอม การเดินของเข็มวินาทีจะไม่ไหลลื่นเท่ากับของจริง
  3. เลนส์นูนของการขยายวันที่ – ปกติแล้วนาฬิกา Rolex นั้นจะมีการเปลี่ยนวันที่ให้ดูบริเวณช่วงเลข 3 ซึ่งหากรุ่นไหนที่มีเลนส์สำหรับการให้ดูวันที่ เลนส์ที่ว่านั้นจะมีลักษณะนูนเพื่อให้เห็นวันที่ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเลนส์นูนที่ดังกล่าวนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ทำยากมากๆ และหากสังเกตให้ดีถ้าเป็น Rolex ปลอม เลนส์นูนดังกล่าวจะดูเป็นกระจกธรรมดาๆ
  4. น้ำหนักของนาฬิกา – หากเป็น Rolex ของแท้จะถูกสร้างขึ้นจากวัสดุที่เป็นโลหะอย่างดี รวมไปถึงมีการใช้คริสตัลแท้ในการผลิต เพราะฉะนั้นน้ำหนักของนาฬิกาจะมีน้ำหนักในระดับหนึ่ง ซึ่งน้ำหนักตรงนี้จะรู้สึกได้เวลาสวมใส่ว่ามันแข็งแรง แต่ถ้าหากเป็น Rolex ปลอมน้ำหนักที่ว่านี้จะค่อนข้างเบา และเมื่อสวมใส่จะรู้สึกทันทีว่ามันไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก
  5. ทดสอบการกันน้ำ – ปกติแล้วนาฬิกา Rolex ทุกรุ่นจะถูกออกแบบมาให้กันน้ำได้เป็นอย่างดี วิธีการง่ายๆ คือลองเอาถ้วยกาแฟหรือแก้วใส่น้ำลงไปเสร็จแล้วให้หย่อนนาฬิกาลงไปสักพัก หากเป็นนาฬิกา Rolex แท้จะไม่มีรอยน้ำรั่วซึมเข้าไปเลย แต่ถ้าหากเป็นของปลอมจะมีรอยที่น้ำซึมเข้าไปได้นั่นเอง

รู้แล้วอึ้ง กับขั้นตอนการผลิตสุประณีตของนาฬิกา Rolex

pl1

pl1

แม้ว่าจะไม่เคยมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการถึงขั้นตอนการผลิต แนวคิดในการสร้างสรรค์ไอเดีย หรือแม้แต่การมองข้ามในก้าวต่อไปของโลกว่าจะเป็นอย่างไรสำหรับแบรนด์นาฬิกาสุดหรูชื่อดังอย่าง Rolex ทว่าขั้นตอนการผลิตในแต่ละสัดส่วนกว่าที่จะออกมาเป็นนาฬิกาสักเรือนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลย การผลิตของ Rolex เรียกว่าเข้าขั้นระดับโลกไปนานแล้วก็ว่าได้

pl2

ต้องบอกว่าหากประเทศสวิตเซอร์แลนด์คือเมืองแห่งนาฬิกา Rolex เองก็คงจะมีส่วนสำคัญกับประเทศนี้อย่างแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว เพราะนี่คือยี่ห้อที่เป็นจุดเริ่มต้นของนาฬิกาข้อมือระดับคุณภาพ แค่ชื่อแบรนด์ก็ทำให้รู้ถึงความใส่ใจในรายละเอียด และเป็นแบรนด์ที่จดสิทธิบัตรมากกว่า 400 ชนิด ในอุตสาหกรรมการทำนาฬิกา Rolex มีการออกแบบ พัฒนา และผลิตทุกชิ้นส่วนอย่างเป็นความลับ นับตั้งแต่การหลอมพวกอัลลอยด์ที่เป็นทองคำ การตัดด้วยเครื่องจักร การตกแต่ง การแกะสลัก ลักษณะกลไกลในการทำงาน หน้าปัด ตัวเรือน สายนาฬิกา ลองมาดู 5 วิถีแห่ง Rolex ที่จะทำให้คุณได้รู้ถึงสุดยอดนาฬิการะดับโลกแบรนด์นี้

  1. ไซต์สี่แห่ง Rolex – อย่างที่บอกว่าสวิตเซอร์แลนด์คือดินแดนแห่งนาฬิกา Rolex เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาด้วยพนักงานกว่า 6,000 คนในปัจจุบันภายในไซต์ทั้ง 4 ของบริษัท ซึ่งทุกไซต์จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการพัฒนาองค์ความรู้ความสามารถด้านนาฬิกา
  2. สำนักงานใหญ่ เจนีวา Acacias – บริษัทแม่ของ Rolex คือสถานที่สำหรับการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ออกแบบ การพูดคุยติดต่อสื่อสาร การขาย และการให้บริการหลังการขาย นอกจากนั้นนี่คือไซต์หนึ่งที่เอาไว้ใช้ในการประกอบนาฬิกาจากชิ้นส่วนที่ถูกส่งมาจาก 3 ไซต์ที่เหลือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญในการผ่านกระบวนการขั้นตอนสุดท้ายก่อนออกสู่ตลาด
  3. ตัวเรือนและสาย เจนีวา Plan-Les-Ouates – โรงงานที่ตั้งอยู่ใน Plan-Les-Ouates คือศูนย์รวมแห่งการพัฒนาและการผลิตตัวเรือน รวมไปถึงสายนาฬิกา เริ่มตั้งแต่การหลอมทอง การขึ้นรูป การตัดให้เป็นทรง การประกอบและการขัดเงา นี่คือโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของ Rolex เตาหลอมใช้ผลิตอัลลอยด์ทองคำมานับไม่ถ้วนเพื่อทำนาฬิกา
  4. กลไกการทำงาน Bienne – นี่คือโรงงานสำหรับผลิตกลไกในการทำงานของ Rolex พนักงานกว่า 2,000 ชีวิต มีหน้าที่ในการคิด ผลิต ประกอบกลไกการทำงานของนาฬิกา Rolex เป็นสถานที่ที่ต้องใช้ความชำนาญสูงเพราะชิ้นส่วนมีขนาดเล็กและความซับซ้อนค่อนข้างมาก

5. หน้าปัดและการเรียงเพชร เจนีวา Chene-Bourg – นี่คือส่วนของการผลิตและพัฒนาหน้าปัด รวมไปถึงสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเพชรและการเรียงเพชร รูปแบบต่างๆ ที่เราเห็นบนหน้าปัดล้วนผ่าน

ฝีมือมาจากที่นี่ทั้งสิ้น เรียกว่าช่างทำที่นี่ต้องมีความชำนาญและการผสมผสานการทำงานแบบสมัยใหม่เข้าไปด้วย