Rolex รุ่นไหนราคาไม่ตก น่าสนใจมีไว้ในครอบครอง

-Rolex limited-

ในมุมมองของนักสะสมนาฬิกาหรูระดับโลก Rolex จัดเป็นหนึ่งในนาฬิกาชั้นเยี่ยม ซึ่งนักสะสมทุกคนจะต้องมีไว้ในครอบครอง โดยเฉพาะรุ่น ‘Rolex Cosmograph Daytona’ หรือ ‘Rolex Daytona’ รุ่นนี้ได้ผลิตขึ้นในปี ค.ศ. 1955 ความโด่งดังของนาฬิการุ่นนี้เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลย จนถึงขนาดได้รับฉายาว่า ‘King of Sport Watch’ นาฬิกาเรือนหรูได้รับความนิยมในบรรดา Celeb รวมทั้งนักธุรกิจชั้นแนวหน้า Rolex ได้รับการผลิตด้วยช่างฝีมือชั้นยอด ตลอดจนนวัตกรรมอันล้ำหน้ากว่าใคร โดยมาจากความมุ่งมั่นของผู้ผลิต รวมทั้งวัสดุคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์ ประกอบขึ้นมาเป็น Rolex โดยมีขายเริ่มต้นตั้งแต่เรือนละไม่กี่พัน จวบไปจนถึงหลักแสนขึ้นไป สำหรับในวันนี้เราจะมาแนะนำ Rolex รุ่นยอดนิยมที่คนไทยค้นหากันมากสุด ราคาไม่ตกสามารถเก็บรักษาไว้ทำกำไรในอนาคตได้

Milgauss

Rolex Milgauss มีความตั้งใจจะออกแบบมาเพื่อ นักวิทยาศาสตร์ที่ต้องทำงานกับสนามแม่เหล็กอยู่เป็นประจำ โดยนาฬิกาแบบธรรมดาทั่วไป จะทนพลังแม่เหล็กได้เพียง 50-100 เกาส์เท่านั้น หากแต่ Milguass สามารถทนพลังงานจากสนามแม่เหล็กได้ถึง 1000เกาส์

Yacht-Master

Rolex Yacht-MasterYacht-Master ได้ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อนักแล่นเรือมืออาชีพ โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการจับเวลา สำหรับความพิเศษของนาฬิการุ่นนี้คือ บริเวณขอบหน้าปัด คือ กุญแจพิเศษ ซึ่งนำไปสู่การนับเวลาถอยหลังซึ่งสามารถตั้งเวลาได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่จับมือหมุนเท่านั้น โดยจัดว่าเป็นการออกแบบอันชาญฉลาด เพราะสร้างสิ่งที่สลับซับซ้อน ออกมาให้ใช้งานง่าย

Daydate

Daydate คือ นาฬิกาสุดหรูที่เหมาะกับข้อมือของผู้ทรงอิทธิพล และเป็นที่ต้องการมากในบรรดานักสะสม เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ.1956 วางจำหน่ายในรูปแบบหรูหราสร้างจาก Pratunam หรือทองคำ 18K ในส่วนของการทำงานหลัก คือ การแสดงเวลาร่วมกับวันอย่างเต็มๆ และนาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมกับสายนาฬิกาแบบ President อันสุดหรูหราอลังการอีกด้วย

Deepsea

ถือกำเนิดมาจากการร่วมแรงร่วมใจในการสร้างสรรค์กับนักดำน้ำระดับมืออาชีพ ที่มีตำนานเล่าขานมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ Deepsea มีความสามารถพิเศษกันน้ำได้ลึกถึง 12,800ฟุต หรือ 3900เมตร นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นคายวาล์วแก๊ส โดยเป็นการปรับแรงดันภายในนาฬิกาให้เตรียมความพร้อม ก่อนขึ้นสู่ผิวน้ำอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นาฬิกาชำรุดเสียหาย

Explorer

Explorer เปิดตัวต่อหน้าสาธารณะชนเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1953 หลังจากที่มนุษย์สามารถปีน ขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้สำเร็จ โดยนาฬิการุ่นนี้กลายมาเป็นผลผลิตอันแสนสำคัญ จากความอุสาหะทั้งหมดที่ได้มาจากการเดินทางพิชิตยอดเขาหิมาลัยที่ผ่านการพัฒนามามากกว่า 10 ปี


ส่องนาฬิกา Rolex รุ่นแพงที่สุด หาซื้อได้ยากนักสะสมควรมีไว้ในครอบครอง

ส่องนาฬิกา Rolex รุ่นแพงที่สุด

Rolex เป็นแบรนด์นาฬิกาซึ่งมากกว่านาฬิกา เนื่องจากมันได้กลายมาเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ แสดงให้ว่าคุณ คือ ผู้ชายผู้มั่งคั่ง จัดเป็นเครื่องหมายสากลที่ผู้คนทั้งโลกต่างเข้าใจกันดี วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่านาฬิกา Rolex  รุ่นแพงสุดๆ จะมีรุ่นไหนกันบ้าง…

James Bond 1973 Rolex 5513

นาฬิการุ่นพิเศษที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง James Bond ภาค Live or Let Die โดยผู้รับบทพระเอก คือ Roger Moore โดยนาฬิการุ่นนี้ประกอบไปด้วยใบมีดชนิดพิเศษ ซึ่งซ่อนไว้เพื่อตัดเสื้อผ้าเลื่อยตัดสิ่งต่างๆ อีกทั้งยังสามารถสร้างสนามพลังแม่เหล็กเพื่อใช้หลบกระสุนได้อีกด้วย

ราคา 14.6 ล้านบาท

Rolex GMT 116769TBR

เป็นนาฬิกาซึ่งมีความเป็น Luxury ที่สุด ซึ่งเมื่อนำมาออกวางขายแล้วจัดว่ามีราคาแพงที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เป็น Vintage หรือมีการประมูลใดๆทั้งสิ้น ตัวเรือนถูกปะดับประดาไปด้วยเพชรเม็ดกลมทรงสวย มีทั้งหมด 76 เม็ด พร้อมด้วยหน้าปัดบอกเวลา รวมทั้งเข็มสั้น – เข็มยาว สามารถมองเห็นได้ในที่มืด นอกจากนี้สายนาฬิกายังประดับด้วยทองคำขาว 18K ส่วนความพิเศษสุดของนาฬิการุ่นนี้ คือ มันสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร!!

ราคา 15.8 ล้านบาท

Eric Clapton’s 1971 Rolex Daytona

นาฬิกา Rolex Daytona ของมือกีตาร์ที่ได้รับฉายาว่า Slowhand อย่าง Eric Clapton นาฬิการุ่นปี ค.ศ. 1971 นี้มีชื่อเรียกว่า ‘Albino’ จัดเป็นนาฬิกาที่มีโทนสีเงินกับดำ ถึงแม้มันจะไม่ได้มีเพชรเม็ดโตประดับประดาเพิ่มความหรูหราอลังการ แต่ด้วยความที่มันมาอยู่บนข้อมือของมือกีตาร์ชื่อดังระดับโลกนี้คนนี้ ราครของมันจึงไม่ธรรมดาเลย

ราคา 16.5 ล้านบาท

1942 Rolex Chronograph

ผลิตขึ้นมาในปี ค.ศ. 1942 และสร้างออกมาเพียงแค่ 12 เรือนเท่านั้น และยังสามารถคงสภาพอยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน โดยปรากฏตัวให้เห็น ณ ขณะนี้ 8 เรือน หน้าปัดสร้างจากเงินและทองคำ บอกเวลาจากการตัวเลขอารบิก มีเข็มวินาทีบอกเวลาจำนวน 2 เข็ม นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมาย โดย 1942 Rolex Chronograph ได้รับการยกย่องว่าเป็นรุ่นคลาสสิคที่หายาก มีความน่าหลงใหลมากๆ ราคาหลังจากผ่านงานประมูล Christie’s คือ

ราคา 37.7 ล้านบาท

1949 Oyster Perpetual model

นาฬิกาเรือนนี้ถึงลักษณะภายนอก จะไม่ได้มีเพชรประดับประดาแสดงถึงความหรูหราเหมือนรุ่นอื่นๆ หากแต่เมื่อลองจ้องมองดูดีๆแล้ว คุณจะสัมผัสได้ถึงความโบราณรวมทั้งมนต์ขลังอันมีเสน่ห์ หากแต่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ Rolex รุ่น Oyster Perpetual ปี 1949 ทั่วไป แต่มันเป็นรุ่นพิเศษที่บริเวณหน้าปัด เมื่อมองเข้าไปดีๆ คุณจะพบว่ามันตกแต่งด้วยภาพท้องทะเล ซึ่งวาดจากการใช้เทคนิคโบราณ ผู้ออกแบบคือ Marguerite Koch เป็นส่วนผสมของงานศิลปะออกแบบโบราณ รวมทั้งนาฬิกาดีไซน์เรียบหรู

ราคา 40 ล้านบาท


Rolex รุ่น Limite ที่ได้รับความนิยม

BLACK VENOM

ROLEX ไม่ว่าจะเดินผ่านกาลเวลามากี่ยุคกี่สมัย ก็ยังคงได้รับความสนใจเหนือกาลเวลา วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า Rolex รุ่น Limite Edition ที่ได้รับความนิยมนั้นมีอะไรกันบ้าง

BLACK VENOM

Rolex BLACK VENOM Limited Edition เป็นตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความบ้าคลั่ง อันผสมผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่สามารถสร้างความสมบูรณ์แบบออกมาได้ Cartier Black venom ประกอบด้วยคุณสมบัติพิเศษ คือ เคสป้องกันรอยขีดข่วนไม่ว่ารอยเล็กและรอยใหญ่ และป้องกันการกระแทกสูตร DLC หรือ Diamond Like Carbon ซึ่งเป็นโมเลกุลขนาดเล็กซึ่งใช้ในกิจการของทหาร นำมาเคลือบลงบนนาฬิกา เพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน ด้วยเหตุนี้ Black Venom จึงผ่านการเพิ่มความต้านทานการสึกหรอรวมทั้งอายุการใช้งานของส่วนประกอบต่างๆก็มีความเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก เป็นการรวมตัวกันของความเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งพลังที่ปกคลุมด้วยโทนสีดำพิเศษเหมาะกับคุณผู้ชายผู้ชอบความเข้มดุ

Rolex limited edition daytona

Rolex limited edition daytona เป็นนาฬิกาที่เข้าไปมีบทบาทกับวงการรถแข่งรถเป็นอย่างสูง ด้วยระบบChronograph นี้จึงทำให้นักแข่งรถสามารถคำนวณเวลาที่ใช้ไป รวมทั้งการอ่านความเร็วเฉลี่ยบนขอบหน้าปัดซึ่งมีคุณสมบัติเป็นมาตรวัดความเร็ว สำหรับ Rolex limited edition daytona เป็นการปฏิวัติความสำคัญ ให้แก่เมือง Daytona ในรัฐ Florida โดยเป็นสถานที่สร้างมาเพื่อการแข่งรถ มอบประสบการณ์อันน่าหลงใหลให้แก่ผู้มี ความรักในความเร็วเริ่ม โดยประสิทธิภาพของ calibre 4130 ซึ่งอยู่ภายใน Rolex limited edition daytona ได้มาจากการใช้คลัตช์แนวดิ่งแทนที่แนวขวาง เพื่อกระตุ้นการทำงานของ Chronograph ให้มากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา โดยระบบใหม่นี้จะทำงานบนดิสก์ 2 อัน ซึ่งวางซ้อนทับกัน ทำงานคู่กันจากใช้บริเวณหน้าสัมผัสเสียดสีกัน โดยตรงเพื่อสร้างสรรค์จุดเด่นอันเหนือชั้น ทำให้เริ่มต้นได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำที่สุด

Rolex milgauss black bamford

ถูกสร้างขึ้นในปี  ค.ศ. 1956 ใช้การออกแบบสไตล์ Milgauss แบบ Classic อันมีความโดดเด่น อีกทั้งยังมีการเพิ่มหน้าปัด แบบพิเศษสำหรับรุ่น Polaris และสีดำล้วนผสมสีน้ำเงินหรือสีชมพู สำหรับรุ่น Sonar อีกด้วย

Rolex milgauss black bamford ได้รับความนิยมมากในหมู่คุณผู้ชาย ที่นิยมความหรูหราด้วยการออกแบบอันมีจำนวน จำกัด บวกกับความน่าตื่นเต้นอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะส่วนบุคคล ซึ่งมุ่งเน้นตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มความสามารถ นอกจากนี้ทีมงานออกแบบ ยังมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นเอกชิ้นนี้ อย่างต่อเนื่องโดยไล่มาตั้งแต่ความแปลกประหลาดอันไม่เหมือนใคร จวบไปจนถึงความยิ่งใหญ่ , ความหรูหรา ไปจนถึงความซับซ้อนซึ่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์


10 อันดับนาฬิกาที่แพงที่สุดในโลก

อันดับนาฬิกาที่แพงที่สุดในโลก

นาฬิกานอกจากเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบ่งบอกเวลาแล้ว สำหรับการชายหญิงมันเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเข้าสังคม เพื่อบ่งบอกถึงฐานะได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นาฬิกาที่ดีจะต้องประกอบไปด้วยความสวยงาม มีความเป็นเอกลักษณ์และสร้างด้วยมือเท่านั้น ทำให้พวกมันมีค่าตัวตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลายล้าน ดังนั้นวันนี้เราจึงไม่ได้มาพูดถึงนาฬิกาเด็ก ๆ ที่ใส่กันทั่วไป แต่จะพามาดูนาฬิกาที่แพงที่สุด 10 อันดับของโลกกัน

1.Chopard L.U.C All in One

Chopard เป็นแบรนด์นาฬิกาชื่อดังของโลกอย่างไม่ต้องสงสัยหลังจากที่ชนะรางวัลแห่งปีในงานนาฬิกาประจำปี 2017 ที่กรุงเจนี มีเพียง 10 เรือนเท่านั้น ในส่วนของการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากเทพเจ้าของโรมันเจนัส โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 14.2 ล้านบาท

2.Paul Newman Rolex Daytona

ถูกสร้างให้ Paul Newman โดยเฉพาะในปี 1968 โดยมีคำแกะสลักว่า “Drive Carefully” เพราะว่าเขาเป็นคนที่ชอบขับรถซิ่ง เป็นหนึ่งในนาฬิกาที่นักสะสมต้องการ โดยมีค่าตัวอยู่ที่ 38 ล้านบาท

3.Maitres Du Temps Chapter One

นาฬิกาที่มีการออกแบบที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และที่สำคัญประกอบไปด้วยวัสดุที่มีมูลค่าจากทองคำแดง 18K มีเพียง 11 ตัวในโลกในราคา 15.3 ล้านบาท

4.Christophe Claret DualTow Night Eagle

ถ้าแบทมีมองหานาฬิกามาใส่ให้เข้ากับชุด ก็คงต้องเป็นเรือนนี้หละที่เหมาะสมสุด ๆ นาฬิกาดูมีความล้ำยุค ดีไซน์ออกมาได้ดุดันผลิตเพียง 68 เรือนทั่วโลก และมีเพียงสีดำเท่านั้นประกอบไปด้วย อัญมณี 65 เม็ด ในราคา 16.9 ล้านบาท

5.George Daniel Co-Axial Chronograph

ดีไซน์เรียบหรูมีระดับ ถึงแม้ว่าจะไม่ดูโฉบเฉี่ยวแบบตัวอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ แต่เป็นต้นแบบความของความสมบูรณ์แบบตามฉบับศตวรรษที่ 20 เปิดตัวมาในราคา  23.5 ล้านบาท

6.Bulgari Magsonic Sonnerie Tourbillon

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้จำหน่ายเครื่องเพชรพลอยซื้อแบรนด์นาฬิกาหรู ผลคือนาฬิกาที่มีความหรูหรา ที่ทำจากโลหะผสมพิเศษที่ดูหรูหราในราคาเพียง  23.5 ล้านบาท

7.Blancpain Le Brassus

หนึ่งในผลงานทั้ง 6 อันเลื่องชื่อของ Blancpain ทำขึ้นด้วยวัสดุเกรดสูงที่สุดประดับด้วยทองคำ กระจำทำจากแซฟไฟร์คุณภาพสามารถทนแรงดันน้ำได้ลึก 30 เมตร เปิดตัวมาในราคา 12 ล้านบาท

8.Vacheron Constantin Patrimony

มาพร้อมกับความเรียบง่าย ตัวเล็กกระทัดรัดขนาด 41 มิล ความบาง 8.1 มิล ตัวเรือนทำจากทองคำ 18 กะรัตมีหลายสีให้เลือก มาพร้อมกับสายหนังแท้สีดำเข้มในราคา 12.8 ล้านบาท

9.Piaget Emperador Cushion

หากมองหานาฬิกาที่มีความเบาบางแตะยังมีความจัดเต็มไปด้วยความหรูหราต้องเรือนนี้เท่านั้น ตัวเรือนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 48 มิลประกอบด้วยเพชร 332 ชิ้นในราคา 18.7 ล้านบาท

10.Ulysse Nardin Classico Hannibal Minute Repeater

ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับศิลปะในโทนสีเงิน เรียกว่าเป็นสุดยอดนาฬิกาขวัญใจนักสะสมทุกคน ตัวเรือนประกอบไปด้วยทอง 18 กะรัต เปิดตัวมาในราคา 24.9 ล้านบาท